|
ค้าปลีกคนไทย "ถูกใจ-ถูกเงิน" "ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์" อุดรธานี ผงาดเทียบชั้นโมเดิร์นเทรด
วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3957 (3157) ประชาชาติ
ชื่อเสียงของ "ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์" ยักษ์ค้าปลีก-ค้าส่งในจังหวัดอุดรธานี ไม่ใช่เพียงแต่ชาวจังหวัดอุดรธานีเท่านั้นที่รู้จักกันดี แต่คนต่างจังหวัดจากทั่วสารทิศต้องยอมเสียเวลานั่งรถมาเพื่อดู การทำกิจการค้าที่นี่ รวมทั้งซัพพลายเออร์เกือบทุกรายต่างมุ่งหน้ามาเพื่อเจรจาให้นำสินค้าของตน เข้ามาวางในร้านนี้ให้ได้ เพราะเป็นบริษัทที่ทำ ยอดขายปีละเกือบสองพันล้านบาท เช่น ในปี 2548 มีรายได้ 1,818,023,223.03 บาท กำไรสุทธิ 7,546,947.77 บาท และในปี 2549 มีรายได้ 1,848,558,602.70 บาท กำไรสุทธิ อยู่ที่ 10,175,916.03 บาท
กว่าที่จะยิ่งใหญ่ในวันนี้ได้ ตั้งงี่สุนได้ปักหลักทำธุรกิจค้าปลีกในเมืองอุดรฯมานานกว่า 70 ปีแล้ว เจอเกมการต่อสู้ทางธุรกิจมานับไม่ถ้วน โดยเฉพาะกลุ่มโมเดิร์นเทรดที่พาเหรดเข้ามา เปิดสาขาที่ จ.อุดรธานีครบทุกค่าย แต่ตั้งงี่สุน ซึ่งเป็นร้านค้าคนไทยก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ท่ามกลางวงล้อมการแข่งขันที่คุกรุ่น
แต่เมื่อกิจการเติบโตมากขึ้น ร้านเพียงไม่กี่คูหาก็เกิดสภาพแออัดคับแคบ ปัญหาที่พบมากที่สุด คือความไม่เป็นระบบระเบียบในเรื่องที่จอดรถ ไม่มีห้องน้ำบริการลูกค้า สินค้าวางระเกะระกะ ไม่มีการเก็บข้อมูลลูกค้าสำหรับอนาคต รวมถึงความไม่พร้อมในการรองรับผู้ที่ต้องการศึกษา ดูงานที่หลั่งไหลมาจากทั่วประเทศ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2550 ตั้งงี่สุนฯ ได้จัดงานเปิดตัวสาขาที่ 2 บริเวณถนนอุดร-เลย มูลค่าการลงทุนกว่า 300 ล้านบาท บนเนื้อที่ 44 ไร่ หรือมีพื้นที่ขาย 10,892 ตารางเมตร กลายเป็นคลังสินค้าที่ครบเครื่องที่สุด และยังดึงพันธมิตรธุรกิจเข้าไปเช่าพื้นที่อีก เช่น ธนาคารกรุงเทพ ร้านทอง ร้านจำหน่ายเสื้อกีฬา แกรนด์สปอร์ต
สำหรับพื้นที่ด้านข้างยังได้พัฒนาเป็นโซนพลาซ่า ชื่อว่า "เปี๊ยกพลาซ่า" เพื่อรองรับร้านค้าย่อยที่สนใจเข้ามาเช่าพื้นที่ รวมถึงร้านค้าแบรนด์ดัง เช่น ซีเอ็ดบุ๊ค ดังกิ้นโดนัท เคเอฟซี และอื่นๆ ที่จะตามมาด้วย ส่วนด้านหน้าและด้านหลังห้างสามารถจอดรถยนต์ได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 คัน และยังมีร้าน "เปี๊ยกมาร์ท" ซึ่งเป็นร้านค้าต้นแบบที่ตั้งงี่สุนจับมือกับยูนิลีเวอร์สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ในชุมชน สำหรับคนที่พร้อมจะลงทุนค้าขายในชุมชนมาศึกษาดูงาน ด้านการจัดเรียงสินค้า ระบบต่างๆ แต่ยังไม่มีแผนที่จะขายเป็นลิขสิทธิ์แก่คนทั่วไป
นอกจากนี้ในปี 2551 ตั้งงี่สุนยังเตรียม ที่จะต่อยอดธุรกิจ โดยมีโครงการที่จะก่อสร้าง โรงแรมขนาด 70 กว่าห้องไว้รองรับซัพพลายเออร์ รวมไปถึงศูนย์ประชุมที่สามารถจุคนได้ถึง 1,000 คน ภายในบริเวณเดียวกันอีกด้วย
สำหรับด้านการตลาดนั้น ผู้บริหารตั้งงี่สุน ยังคงยึดมั่นที่จะค้าขายด้วยการเอากำไรน้อย แต่ขายเยอะอยู่เหมือนเดิม ตามคอนเซ็ปต์ "ร้านค้าของคนไทย ถูกใจ ถูกเงิน" ซึ่งการจัดโปรโมชั่น สาขาเดิมเป็นอย่างไร สาขาใหม่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน แต่สิ่งที่ที่ใหม่ที่ทางห้างมีความภูมิใจมากที่สุดคือ การนำระบบซอฟต์แวร์เข้ามาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยการทุ่มงบประมาณกว่า 15 ล้านบาท นำระบบซอฟต์แวร์เอด้าโพส ไฮเปอร์มาร์ท ซึ่งพัฒนาโดยฝีมือคนไทยมาใช้ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ รวมทั้งการบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของ ผู้บริโภคผ่านระบบ business intelligence (BI) ซึ่งมีใช้กันแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ
ภาพที่เห็นในวันแกรนด์โอเพนนิ่ง บรรดาผู้บริหารซัพพลายเออร์จากส่วนกลาง นักธุรกิจ ชั้นแนวหน้าในจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงนักการเมือง ต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับการขยับตัวครั้งนี้ของตั้งงี่สุน นอกจากการมาร่วมแสดงความยินดีแล้ว ซัพพลายเออร์ต่างขนสินค้าของตัวเองมาร่วมจัดรายการกันอย่างคึกคัก เช่น มอคโคนา นีเวีย ยูนิลีเวอร์ เป็นต้น
"เสาวลักษณ์ วีระรัตนโรจน์" รองประธานกรรมการ บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด ยอมรับว่า การแข่งขันของภาคค้าปลีกในปัจจุบันยังหนักไปที่เรื่องราคา แต่ก็ยังคงมั่นใจว่าการได้กำไรเพียงชิ้นละสลึงเดียว คือกลยุทธ์ที่บอกความเป็นตั้งงี่สุนที่สุด
ที่สำคัญไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ แผนการในอนาคต ตั้งงี่สุนยังมองตลาดขายสินค้าตอนกลางคืน หรือ "ไนต์พลาซ่า" ซึ่งครอบครัววีระรัตนโรจน์มีที่ดินอยู่แล้ว 1 ไร่ในตัวเมือง และด้วยความแออัดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงเตรียมแผนการสร้างที่จอดรถด้านบนตลาดไว้รองรับแล้ว
นางปราณี ฤกษ์พินธุวัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โอสถสภา จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจว่า" ว่า จากที่บริษัทได้ทำการค้ากับตั้งงี่สุนมากว่า 20 ปี ตั้งงี่สุนสามารถทำยอดขายให้บริษัทเป็นอันดับต้นๆ ในภาคอีสาน ตั้งงี่สุนคือกิจการค้าของคนไทยที่เรียกได้ว่ายืนหยัด และเข้มแข็ง สามารถทำธุรกิจการค้าได้เป็นหนึ่งในประเทศไทย เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย จากที่ทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เอากำไรนิดหน่อย ค้าขายยุติธรรม และจริงใจกับผู้บริโภค
ด้านนายสุชาดา นิมากร ประธานกลุ่มบริษัทแกรนด์สปอร์ต บอกว่า ตั้งงี่สุนเป็นร้านค้าคนไทยที่ควรส่งเสริม และอยากฝากให้ไทยช่วยไทย นิยมของไทย ใช้ของไทย และเป็นกำลังใจให้กับ คู่ค้ารายนี้ตลอดไป
|