สำหรับเก็บข้อมูลสินค้า รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าเช่นการตั้งราคาสินค้า
การกำหนดรหัสบาร์โค้ด และ กลุ่มสินค้าเป็นต้น เมนูนี้ถือเป็นเมนูที่สำคัญของระบบ
รูป แสดงการบันทึกข้อมูลสินค้า
หน้าที่ : จัดเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ซึ่งจะประกอบไปด้วย
§ รหัสสินค้า หมายถึง รหัสของสินค้าแต่ละตัว รหัสนี้ไม่สามารถซ้ำกันได้
§ รหัสควบคุมสต๊อก หมายถึง
รหัสที่ใช้ในการตัดสต๊อกสินค้าสินค้าที่มีเพียงแพ็คไซด์
(Pack Size)
เดียวรหัสควบคุมสต๊อกนี้จะเป็นรหัสเดียวกันกับรหัสสินค้าเสมอ
และช่องอัตราส่วนจะมีค่าเท่ากับ 1
§ อัตราส่วน หมายถึงจำนวนที่ใช้ในการตัดสต๊อก
ดังในกรณีที่สินค้าตัวเดียวกันแต่มีหลายแพ็คไซด์ (Pack Size)
ที่ใช้ในการขายเช่น สบู่ยี่ห้อเดียวกันมีขายเป็นก้อน และเป็นแพ็ค(6
ก้อน) ดังนั้นในการตั้งรหัสสินค้าของสบู่ตัวนี้จะต้องตั้งเป็น
2
รหัสโดยที่รหัสแรกเป็นสบู่ชนิดก้อน และรหัสที่ 2 เป็นสบู่ชนิดแพ็ค
แต่ที่รหัสควบคุมสต๊อกของสบู่ชนิดแพ็ค
จะต้องเป็นรหัสตัดสต๊อคของสบู่ชนิดก้อน
และกำหนดให้ช่องอัตราส่วนจะมีค่าเท่ากับ 6 (ซึ่งหมายถึงตัดสต๊อก
6
ก้อน)
สินค้าที่มีรหัสสินค้าไม่เท่ากับรหัสตัดสต๊อกจะสามารถใช้งานได้เฉพาะที่โปรแกรมขายหน้าร้านเท่านั้น
§ รหัสบาร์โค้ด หมายถึงรหัสแท่งที่ติดมากับสินค้า
ในกรณีที่สินค้านั้นๆไม่มีบาร์โค้ดสามารถ
ไปสร้างและพิมพ์ได้ที่เมนูสร้างรหัสบาร์โค้ด
§ ชื่อสินค้าที่
1 หมายถึงชื่อที่ใช้ในการขายสินค้า และ
ต้องการพิมพ์ใบเสร็จ
§ ชื่อสินค้าที่
2 หมายถึงชื่อที่สามารถอ้างถึงในการค้นหา เช่น
กำหนดเป็นชื่อภาษาอังกฤษเป็นต้น
§ กลุ่มสินค้า
หมายถึงการแบ่งหมวดหมู่ของสินค้าเพื่อใช้ในการวิเคราะห์การขาย
§ ต้นทุน
หมายถึงราคาต้นทุนเฉลี่ยซึ่งเกิดจากการคำนวณเมื่อมีการรับสินค้าเข้าจากการซื้อ
§ ราคาขาย หมายถึงราคาขายของสินค้า ซึ่งจะมีความสัมพันธ์
กับการใช้ราคาแบบ
§ การใช้ราคา
หมายถึงประเภทของราคาที่มีความสัมพันธ์กับราคาขายและชนิดของสินค้า
o บังคับใช้ - เป็นการใช้ราคาตามที่ตั้งไว้ที่ช่องราคาขาย
o แก้ไขได้ – เป็นการใช้ราคาตามที่ตั้งต้นไว้ที่ช่องราคาขาย
แต่พนักงานขายสามารถเปลี่ยนแปลงราคาขายได้ที่โปรแกรมขายหน้าร้าน
o เครื่องชั่ง
- เป็นการอ่านรหัสสินค้าและ
ราคาจากบาร์โค้ดที่ติดมากับสินค้า
ใช้สำหรับสินค้าที่มีการชั่งน้ำหนักที่จุดบริการเช่น
ผักและผลไม้เป็นต้น
o รหัสราคา – ไม่มีการใช้งานในเวอร์ชั่นนี้
o น้ำหนัก –
เป็นการอ่านน้ำหนักจากเครื่องชั่งที่ต่ออยู่กับเครื่องจุดขาย
เช่นเครื่องชั่ง RL10
เพื่อมาคำนวณกับราคาขายที่ได้ตั้งราคาเอาไว้
§ หน่วยรับเข้าหมายถึง หน่วยที่ใช้กำหนดขนาดของสินค้า
โดยจะต้องเรียงลำดับหน่วยรับเข้าจากเล็กไปหาใหญ่เสมอ
และถูกใช้ในเมนูสั่งซื้อและรับเข้าสินค้า
§ ระดับจำนวนต่ำสุด และสูงสุดหมายถึง การกำหนดจำนวนจุดสั่งซื้อสินค้า
โดยโปรแกรมจะแนะนำให้สั่งสินค้าเข้ามาจนกระทั่งมีค่าเท่ากับจุดสูงสุด
ในกรณีที่สินค้าตัวนั้นๆมีจำนวนคงเหลือน้อยกว่าจุดต่ำสุด
ผ่านทางรายงานสินค้าถึงจุดสั้งซื้อ
§ จำนวนคงเหลือหมายถึง จำนวนสินค้าคงเหลือในสต๊อกสินค้า
หลังจากการประมวลผล
§ ควบคุมสต๊อกหมายถึง สินค้าที่มีการควบคุมสต๊อก
ระบบจะสร้างเอกสารความเคลื่อนไหวสต๊อกเมื่อมีการอนุมัติเอกสารหรือมีการประมวลผล
และไม่ควบคุมสต๊อกจะใช้สำหรับสินค้าบริการหรือสินค้าที่ไม่ต้องการให้เกิดสต๊อกการ์ด
(Stock Card)
§ ประเภทหมายถึง
สินค้าชนิดนี้เป็นสินค้าที่ซื้อขาดมาจากผู้จำหน่ายหรือเป็นสินค้าที่นำมาฝากขาย
§ สถานะสินค้าหมายถึง
สินค้าทุกชนิดที่ยังคงใช้งานอยู่ในระบบจะมีสถานะเป็นเคลื่อนไหว
แต่ถ้าไม่ต้องการให้อยู่ในระบบ สามารถเปลี่ยนสถานะไม่เคลื่อนไหว
สินค้าที่มีรายการอยู่ในเอกสารต่างๆเช่นเอกสารการขายจะไม่สามารถลบออกจากระบบได้ เนื่องจากระบบมีการตรวจสอบความสัมพันธ์ของข้อมูล
§ สินค้าควบคุมหมายถึงสินค้าควบคุมพิเศษที่อยู่บริเวณด้านหลังแคชเชียร์
เช่นบุหรี่, บัตรโทรศัพท์ เป็นต้น
ซึ่งสินค้าชนิดนี้จะมีการพิมพ์สรุปยอดขายตอนปิกะเสมอเพื่อใช้ในการตรวจนับสต๊อกระหว่างกะการทำงาน
วิธีใช้ : การกำหนดข้อมูลสินค้าแบ่งการทำงานออกเป็น การเพิ่มข้อมูลใหม่
สามารถเรียกโดยการกดปุ่มเพิ่ม หรือ กดปุ่ม<F2> ที่แป้นพิมพ์
§ รหัสการ ใช้ และ รหัสบาร์โค้ด
เป็นข้อมูลเฉพาะในการเรียกดูข้อมูลหรือค้นหา
§ การตั้งรหัสอัตโนมัติไว้โปรแกรมจะสร้างขึ้นมาให้ทันทีที่มีการเรียกปุ่มเพิ่ม ซึ่งรหัสสามารถตั้งได้สูงสุด 20 ตัวอักษร
§ ในกรณีที่ข้อมูลรายการใหม่มีลักษณะคล้ายกับข้อมูลรายการเก่า
ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลโดยการคัดลอกข้อมูล
รายการที่คล้ายกันนั้นแล้วกำหนดรหัสสินค้า, รหัสบาร์โค้ดใหม่
ซึ่งทำได้โดยการกดปุ่ม
ซึ่งเป็นปุ่มพิเศษที่มีเฉพาะในหน้าจอบันทึกสินค้าเท่านั้น
ในกรณีที่สินค้าชนิดนั้นไม่มีบารโค้ดและต้องการสร้างรหัสบาร์โค้ดจากโปรแกรมควร หมายเลขจำนวนไม่เกิน 4
หลักลงในช่องบาร์โค้ดเพื่อให้โปรแกรมสร้างบาร์โค้ด สามารถนำไปสร้างเป็นรหัส
EAN13 เพื่อใช้งาน
เป็นข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทผู้จำหน่ายที่ติดต่อกับร้านค้า

รูป แสดงหน้าจอผู้จำหน่าย
หน้าที่ : จัดเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้จำหน่าย
วิธีใช้ : การกำหนดข้อมูลผู้จำหน่ายแบ่งการทำงานออกเป็น
1. การเพิ่มข้อมูลใหม่ สามารถเรียกโดยการกดปุ่มเพิ่ม
หรือ กดปุ่ม <F2> ที่แป้นพิมพ์
§ ช่อง รหัส เป็นข้อมูลเฉพาะในการเรียกดูข้อมูลหรือค้นหา
หากมีการตั้งรหัสอัตโนมัติไว้โปรแกรมจะสร้างขึ้นมาให้ทันที ที่มีการเรียกปุ่มเพิ่ม ซึ่งรหัสสามารถตั้งได้สูงสุด
10
ตัวอักษร
§ กำหนดข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ ของผู้จำหน่าย เช่น ชื่อ
ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ของบริษัท การขนส่งสินค้า
การให้เครดิต
§ ส่วนลดที่ได้รับจากผู้จำหน่าย ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการซื้อ
§ ประเภทภาษี แบบ
แยกนอก(ภาษีจะคำนวณท้ายบิล)หรือรวมใน
(ราคาสินค้าที่ใช้จะถูกรวมภาษีแล้ว)
ขึ้นอยู่กับผู้จำหน่ายแต่ละคน
เมื่อมีการนำไปบันทึกข้อมูลการซื้อจะมีการคำนวณภาษีให้ตามประเภทภาษีของแต่ละผู้จำหน่าย
2. การแก้ไขข้อมูล สามารถแก้ไขข้อมูลรายละเอียดต่างๆของหน้าจอได้
เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึก หรือกด <F9> ที่แป้นพิมพ์
3. การค้นหาข้อมูล สามารถทำได้โดยการกดปุ่มค้นหา หรือกด
<F3> ที่แป้นพิมพ์ โปรแกรมจะแสดงหน้าจอ
แสดงรายการผู้จำหน่ายทั้งหมด
หน้าที่ : ใช้ เพื่อบันทึกการนับสต๊อก บเพื่อปรับปรุงสต๊อกต่อไป
รูป แสดงหน้าจอเมนูตรวจนับสินค้า
วิธีใช้ : การกำหนดสินค้าเพื่อใช้ในการตรวจนับ
1. เลือกจากช่วงสินค้าหรือกลุ่มสินค้า
ให้ทำการเลือกสินค้าที่ต้องการตรวจนับสต๊อก โดยกดปุ่ม
ซึ่งหลังจากบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม
รายการที่เลือกไว้จะปรากฏที่ ช่องรายการด้านล่าง
2. พิมพ์เอกสารการตรวจนับเพื่อนำไปบันทึกการตรวจนับ
3. นำผลที่นับได้มาบันทึก ลงในช่องนับครั้งที่ 1
เพื่อดูผลในกรณีที่ต้องมีการนับซ้ำก็ให้นับผลมาบันทึก ลงในช่องนับ
ครั้งที่ 2
4. ทำการเลือกการปรับสต๊อกจากการนับครั้งไหน
เช่นต้องการปรับสต๊อกเนื่องจากการนับครั้งที่ 1
ให้เลือกใช้การปรับสต๊อกเป็นการนับครั้งที่ 1 ดังรูปข้างล่าง
หลังจากนั้นให้ทำการปรับสต๊อกโดยการกดปุ่มบันทึก
และอนุมัติ
สต๊อกสินค้าจะถูกปรับตามที่ได้บันทึกข้อมูลไว้
เป็นเมนูที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าครั้งละหลายๆรายการสินค้า
โดยเป็นการสร้างเอกสารการปรับปรุงราคาขายขึ้นมาเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงในภายหลัง
หน้าที่ : บันทึกการปรับราคาขายของสินค้า ซึ่งสามารถปรับได้หลายแบบเช่น
ปรับเป็นเปอร์เซ็นต์ ปรับเป็นบาทซึ่งสามารถปรับราคาขายของสินค้า
ได้ทีละหลายๆสินค้า หรือสามารถเลือกจากกลุ่มสินค้าก็ได้
รูป แสดงหน้าจอการปรับราคาขาย
วิธีใช้ : การสร้างเอกสารเพื่อปรับปรุงราคาขาย
1. เลือกช่วงสินค้าหรือกลุ่มสินค้า โดยทำการเลือกสินค้าที่ต้องการ
โดยกดปุ่ม
2. เลือกเงื่อนไขที่ต้องการ เช่นต้องการปรับขาย เพิ่มขึ้น อีก 15%
ให้เลือกเงื่อนไข เป็น เพิ่มเป็น%
ในตำแหน่งยอดเงินให้ใส่ค่าในที่นี้ใส่ค่า 15ลงไป เมื่อใส่ค่าที่ต้องการแล้ว
กดปุ่ม Dump to List
รายการสินค้าที่ถูกเลือก
จะปรากฏที่รายการด้านล่าง
ในกรณีที่มีสินค้าบางรายการแสดงอยู่ด้านล่างอยู่แล้ว เมื่อทำการกดปุ่ม Dump to
List
จะปรากฏหน้าต่างคำถามเพื่อสอบถามความต้องการ
ในกรณีที่ต้องการลบข้อมูลเดิมที่อยู่ในรายการออกให้กดปุ่ม
รายการเดิมที่อยู่ในตารางก็จะถูกลบไป แต่ถ้าไม่ต้องการให้กดปุ่ม
รายการเก่าก็จะยังอยู่และจะมีรายใหม่เพิ่มเติมเข้าไปอีก
กรณีที่ต้องการลบรายการสินค้าบางรายการ ให้ทำการเลือกสินค้าที่ต้องการจะลบ
หลังจากนั้นทำการกด ปุ่ม <F7> ที่แป้นพิมพ์
ก็สามารถทำการลบสินค้าบางรายการได้เช่นเดียวกัน
รูป หน้าจอแสดงการปรับราคาสินค้า
3. เมื่อได้ราคาขายใหม่แล้วให้ทำการกดปุ่มบันทึก
ภายหลังการบันทึกสินค้าที่ถูกบันทึกราคาสินค้าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ 4. กดปุ่มอนุมัติ
ต่อไปเพื่อ ปรับปรุงราคาขายใหม่
ซึ่งสามารถตรวจสอบ ได้จากเมนูสินค้าว่าสินค้าที่ผ่านการอนุมัติแล้ว
ราคาขายจะเปลี่ยนเป็นราคาใหม่ตามเงื่อนไขที่ใช้ในเอกสารการปรับราคา
เป็นข้อมูลของสถานที่จัดเก็บสินค้า

หน้าจอบันทึกข้อมูลคลังสินค้า
หน้าที่ : จัดเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคลังสินค้า
วิธีใช้ : การกำหนดข้อมูลคลังสินค้าแบ่งการทำงานออกเป็น
1. การเพิ่มข้อมูลใหม่ สามารถเรียกโดยการกดปุ่มเพิ่ม
หรือ กดปุ่ม <F2> ที่แป้นพิมพ์
§ ช่องรหัส เป็นช่องข้อมูลที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลหรือค้นหา
หากมีการตั้งรหัสอัตโนมัติไว้โปรแกรมจะสร้างขึ้นมาให้ทันที
ที่มีการเรียกปุ่มเพิ่ม ซึ่งรหัสสามารถตั้งได้สูงสุด
3 ตัวอักษร
§ กำหนดข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ ของคลังสินค้า เช่น ชื่อ ที่อยู่
เบอร์โทรศัพท์ ของคลังสินค้า ผู้ดูแล
2. การแก้ไขข้อมูล สามารถแก้ไขข้อมูลรายละเอียดต่างๆของหน้าจอได้
เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึก หรือกด <F9> ที่แป้นพิมพ์
3. การค้นหาข้อมูล สามารถทำได้โดยการกดปุ่มค้นหา หรือกด
<F3> ที่แป้นพิมพ์ โปรแกรมจะแสดงหน้าจอ
แสดงรายการคลังสินค้าทั้งหมด
เป็นการกำหนดกลุ่มสินค้า
โดยจัดแยกเป็นประเภทหมวดหมู่ให้กับสินค้าในแต่ละชนิด

รูป แสดงหน้าจอกลุ่มสินค้า
หน้าที่ : จัดเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มสินค้า
วิธีใช้ : การกำหนดข้อมูลกลุ่มสินค้า แบ่งการทำงานออกเป็น
1. การเพิ่มข้อมูลใหม่ สามารถเรียกโดยการกดปุ่มเพิ่ม
หรือ กดปุ่ม <F2> ที่แป้นพิมพ์
§ ช่องรหัส เป็นข้อมูลที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลหรือค้นหา
หากมีการตั้งรหัสอัตโนมัติไว้โปรแกรมจะสร้างขึ้นมาให้ทันที
ที่มีการเรียกปุ่มเพิ่ม ซึ่งรหัสสามารถตั้งได้สูงสุด
3 ตัวอักษร
§ กำหนดข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ ของกลุ่มสินค้า เช่น ชื่อกลุ่มสินค้า
และที่เก็บไฟล์ภาพ
2. การแก้ไขข้อมูล สามารถแก้ไขข้อมูลรายละเอียดต่างๆของหน้าจอได้
เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึก หรือกด <F9> ที่แป้นพิมพ์
3. การค้นหาข้อมูล สามารถทำได้โดยการกดปุ่มค้นหา หรือ กด
<F3> ที่แป้นพิมพ์ โปรแกรมจะเรียกหน้าจอ
แสดงรายการกลุ่มสินค้าทั้งหมดที่เคยกำหนด
เป็นการเก็บข้อมูลหน่วยของสินค้าทั้งหมด

รูป แสดงหน้าจอหน่วยสินค้า
หน้าที่ : จัดเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับหน่วยสินค้า
วิธีใช้ : การกำหนดข้อมูลหน่วยสินค้าแบ่งการทำงานออกเป็น
1. การเพิ่มข้อมูลใหม่ สามารถเรียกโดยการกดปุ่มเพิ่ม
หรือ กดปุ่ม <F2> ที่แป้นพิมพ์
§ ช่องรหัส เป็นข้อมูลที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลหรือค้นหา
หากมีการตั้งรหัสอัตโนมัติไว้โปรแกรมจะสร้างขึ้นมาให้ทันที
ที่มีการเรียกปุ่มเพิ่ม ซึ่งรหัสสามารถตั้งได้สูงสุด
3 ตัวอักษร
§ กำหนดข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ ของกลุ่มสินค้า เช่น ชื่อกลุ่มสินค้า
และที่เก็บไฟล์ภาพ
2. การแก้ไขข้อมูลสามารถแก้ไขข้อมูลรายละเอียดต่างๆของหน้าจอได้
เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึก หรือกด <F9> ที่แป้นพิมพ์
3. การค้นหาข้อมูล สามารถทำได้โดยการกดปุ่มค้นหา หรือ กด <F3>
ที่แป้นพิมพ์ โปรแกรมจะเรียกหน้าจอ แสดงรายการกลุ่มสินค้าทั้งหมดท
เป็นการเก็บข้อมูลที่เก็บสินค้า

รูป แสดงหน้าจอที่เก็บสินค้า
หน้าที่ : จัดเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับที่เก็บสินค้า
วิธีใช้ : การกำหนดข้อมูลที่เก็บสินค้าแบ่งการทำงานออกเป็น
1. การเพิ่มข้อมูลใหม่ สามารถเรียกโดยการกดปุ่มเพิ่ม
หรือ กดปุ่ม <F2> ที่แป้นพิมพ์
§ ช่องรหัส เป็นข้อมูลที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลหรือค้นหา
หากมีการตั้งรหัสอัตโนมัติไว้โปรแกรมจะสร้างขึ้นมาให้ทันที ที่มีการเรียกปุ่มเพิ่ม ซึ่งรหัสสามารถตั้งได้สูงสุด
3
ตัวอักษร
§ กำหนดข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ ของกลุ่มสินค้า เช่น
ชื่อกลุ่มสินค้า และที่เก็บไฟล์ภาพ
2. การแก้ไขข้อมูลสามารถแก้ไขข้อม